สาวน้อยหน้าใสภายใต้เมคอัพในลุคแปลกตา ในวันสบายๆ เธออาจเดินออกจากบ้านพร้อมปากสีม่วงกับเปลือกตาสีเงิน หรือปากสีเขียวสไตล์เซอร์ๆ แต่เปลือกตาติดกากเพชร ส่วนในวันที่นึกสนุก เธออาจทาปาก 4 สีพร้อมกัน พร้อมด้วยลวดลายศิลปะบนเปลือกตา สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ อาจมองว่าเธอประหลาด…

แต่สำหรับ สาวสวยวัย 24 ปี ที่มีชื่อว่า “แพร -อมตา จิตตะเสนีย์” เหล่านี้คืองานศิลปะที่มีเครื่องสำอางเป็นเครื่องมือถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานกับอารมณ์และความรู้สึกของช่วงเวลาหนึ่งๆ แล้วถูกนำเสนอออกมาผ่านเมคอัพในสไตล์ต่างๆ เพื่อสะท้อนความเป็นตัวของเธอเอง ชื่อของสาวแพรเพิ่งเป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนทั่วไปเมื่อไม่นานนัก แต่สำหรับสาวๆ เทรนดี้ที่รักการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจคงคุ้นเคยกับเธอมานานนับปี ผ่านเว็ปไซต์และเฟสบุ๊คของเธอในชื่อว่า “Pearypie” ที่สร้างขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีแฟนเพจมากกว่า 1 แสนคน เข้าไปแล้ว

จาก Make-up Artist สื่อมวลชนไทยยกให้คุณแพรเป็น “Beauty Influencer” รุ่นใหม่ของเมืองไทย เนื่องจากความสามารถของเธอได้สร้างแรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการแต่งหน้าให้กับสาวไทยได้เป็นจำนวนมาก ผ่านทางเว็ปไซต์และเฟสบุ๊ค pearypiemakeupartist ซึ่งเริ่มต้นจากความรักในการแต่งหน้า และอยากให้สาวๆ ที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกันเกิดความสนุกในการแต่งหน้า ด้วยการโพสต์คลิปวิดีโอแนะนำในการแต่งหน้าสไตล์ต่างๆ พร้อมด้วยรูปภาพที่สวยงามและโค้ตคำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจในการแต่งหน้าและการใช้ชีวิตให้กับเธอ

คุณแพรเชื่อว่า เหตุที่คนกดไลค์ให้แฟนเพจของเธอเยอะ น่าจะเป็นเพราะความสนุกและความแปลกในสไตล์การแต่งหน้าที่เธอนำเสนอ “การแต่งหน้าของแพรจะไม่ใช่แค่แต่งอย่างไรให้ออกมาสวย แต่แพรจะเน้นที่การแต่งหน้าให้สนุก แต่งหน้ายังไงทำให้เรารู้สึกว่าทุกๆ เช้าของเรามันจะไม่เหมือนเดิม มันจะมีอะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาอยู่เรื่อย” “ความสนุก” ในการแต่งหน้าตามนิยามของสาวแพร คือการแต่งหน้าแนวทดลอง บ่อยครั้ง แฟจเพจของเธอจึงมักได้ตื่นเต้นไปกับ “เมคอัพ” ที่ “ล้ำ” เกินกว่าที่หลายคนเคยพบเห็น เช่น ทาปากสี่สีในเวลาเดียวกัน เขียนขอบตาเป็นชื่อตัวเอง ติดเปลือกตาด้วยแผ่นทองคำ หรือติดขนตาด้วยขนตาปลอมกระดาษลายแปลก ฯลฯ ด้วยผลงาน “เมคอัพ” ที่ดูแปลกตาและน่าค้นหา ทำให้หลายคนตกลงใจกดไลค์ให้เพจของเธอ

“แพรพยายามหยิบ Element ต่างๆ รอบตัวเอง ไม่ว่าจะเทรนด์ แฟชั่น สีสัน หรืออะไรก็ตาม ที่เราเห็นว่ามันเท่ดี น่าจะเอามาลองใส่บนใบหน้า อย่างแพรเคยเห็นเลื่อมบนเสื้อผ้า ก็คิดว่าเราน่าลองเอาเลื่อมมาเป๊ะตาดูให้ดูวิ๊งๆ แพรก็จะทดลอง แพรชอบทดลองทำอะไรที่ไม่เคยลองมาก่อน เพราะมันทำให้เรารู้สึกสนุกชีวิตและได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ”

คุณแพรมีนิยามส่วนตัวเกี่ยวกับ “เมคอัพ” ที่ไม่เหมือนใคร และเธอมักจะถ่ายทอดให้กับแฟนเพจของเธออยู่บ่อยครั้งว่า นั่นคือนิยามที่ว่า จริงๆ แล้ว “เมคอัพ” ไม่ใช่แค่ตัวขับความสวย แต่ยังเป็นตัวขับความรู้สึกสนุกและความกล้า ทำให้ทุกคนได้ค้นพบสิ่งใหม่ และทำให้หลายคนได้รู้จัก “ตัวตน” ของตัวเองมากขึ้น สาวแพรเริ่มรู้จักตัวเองและเริ่มรู้ตัวว่าหลงใหลการแต่งหน้าเข้าอย่างจังตอนอายุราว 17 ปี หลังจากที่เธอได้ทดลองหยิบอายไลเนอร์และมาสคาร่าขึ้นมาทดลองแต่งแต้มบนใบหน้าของตัวเอง นับจากนั้นเธอก็เริ่มนำเส้นสายและสีสันของเครื่องสำอางมาขีดเขียนบนใบหน้าของตัวเอง บวกกับความชื่นชอบในศิลปะและชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ เธอมองว่า การแต่งหน้าก็เหมือนการทำงานศิลปะ เพียงแต่แทนที่จะขีดเขียนบนกระดาษ การแต่งหน้าก็คือการสร้างงานศิลปะบนใบหน้านางแบบ (model) เป็นการทำให้ศิลปะที่เคยอยู่บนกระดาษกลับกลายมามีชีวิต เพราะมันเคลื่อนไหวและแสดงอารมณ์ได้

“มันทำให้เรารู้สึกว่า เราชอบการแต่งหน้า เพราะได้เห็นการแสดงออก ได้เห็นท่าทาง ได้เห็นความรู้สึก มันเป็นอะไรที่สนุก ตื่นเต้น แล้วศิลปะบนใบหน้ามันไม่ใช่อะไรที่อยู่กับเราคนเดียว แต่มันเคลื่อนตัวไปอยู่ในสังคมได้”

แม้จะหลงใหลการแต่งหน้ามาก แต่ด้วยมุมมองส่วนตัวที่มองว่า การแต่งหน้าถือเป็นงานศิลปะแขนงหนึ่ง ดังนั้นแพรจึงเลือกเรียนทางศิลปะที่ University of Arts, London, Central Saint Martins ในสาขาการออกแบบการแสดง เพราะเป็นสาขาที่จะทำให้เธอได้นำศิลปะไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายแขนง “ตอนเลือกเรียนศิลปะ ที่บ้านก็ไม่อยากให้เรียน เพราะทุกคนยังมองว่า เรียนศิลปะ จบแล้วจะไปทำอะไร ทำไมไม่เรียนหมอจะได้มีเงิน ซึ่งแพรว่ามันไม่ใช่ แต่ด้วยความที่คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยปิดกั้น เราก็บอกกับท่านตรงๆ ว่านี่คือสิ่งที่แพรอยากได้ แพรขอ ท่านก็เลยขอให้แพรเรียนบริหารธุรกิจให้เขาตอนปริญญาโท เราก็โอเค ดีล” ด้วยเหตุนี้ สาวน้อยคนนี้จึงเป็น Beauty Influencer ที่มีดีกรีระดับปริญญาโทสาขา Global Management ที่ Regent’s Business School

 

“แพรรี่พาย”เริ่มเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ จากการที่เธอทำคลิปสอนแต่งหน้าลงเว็ป จนมีแฟนคลับจำนวนหนึ่ง เธอจึงเปิดแฟนเพจของตัวเอง หลังจากที่มีแฟนคลับกว่า 4 พันคน เธอจึงได้จัดเวิร์คช้อปครั้งแรกขึ้นตามคำเรียกร้อง แม้ว่าวันนั้นจะมีผู้เข้าร่วมเพียง 10 คน แต่เธอกลับประทับใจมาก เพราะทุกวันนี้ แฟนคลับทั้ง 10 คนนั้นกลายมาเป็นทีมงานในบริษัท Pearypie Co.,Ltd บริษัท Production House ที่เธอร่วมกับเพื่อนเพื่อผลิตสื่อแฟชั่นในรูปแบบวิดีโอ ชื่อเสียงของสาวแพรโด่งดังชั่วพริบตา และกลายเป็นที่สนใจของสื่อเมืองไทยในเวลาอันรวดเร็วหลังจากที่เธอได้มีส่วนเป็นผู้ช่วย Make-up Artist ในงาน London Fashion Week หลังจากนั้น เส้นทางการเป็น Make-up Artist ในวงการสื่อและแฟชั่นของไทยจึงเริ่มต้นขึ้น

“สิ่งที่ยากที่สุดในงาน Make-up Artist แพรว่า มันอยู่ที่ว่าเราพอใจกับการตีโจทย์ของเราหรือเปล่า เราพอใจกับผลงานตรงนี้ไหม บางทีผลงานของเราอาจไม่จำเป็นต้องตอบโจทย์คนทั้งโลก แต่ขอให้ตอบโจทย์ของตัวเองให้ได้ก่อน”

ด้วยสไตล์ที่แปลกตาจนเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งทำให้เธอถูกจับตาจากสื่อมากขึ้น แฟนคลับก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จาก Make-up Artist รุ่นใหม่ เธอจึงถูกยกให้เป็นกูรูในเรื่องการแต่งหน้าและกลายเป็นผู้มีอิทธิพลในเรื่องความสวยความงาม (Beauty Influencer) ในช่วงเวลาอันรวดเร็ว เมื่อบวกกับหน้าตาที่น่ารักสดใส จึงมีแบรนด์เครื่องสำอางหลายแบรนด์ติดต่อให้เธอไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้ ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทย คุณแพรรับงาน Make-up Artist ลดลง ส่วนหนึ่งเพราะเธอให้ความสำคัญกับการสอนแต่งหน้าในโลกออนไลน์และการทำงานในฐานะ Beauty Influencer มากกว่า และอีกเหตุผล เป็นเพราะบรรยากาศด้านแฟชั่นของสังคมไทยยังไม่เปิดกว้างรับ “สิ่งใหม่” มากเท่าอังกฤษ และคนไทยยังขาด “ความซาบซึ้ง (appreciation)” ในผลงานศิลปะ โดยเฉพาะงานศิลปะบน “เมคอัพ” ซึ่งต่างจากสังคมเมืองนอก จริงๆ แล้ว การแต่งหน้าแนวทดลองที่ดู “ล้ำ” จนแปลกตา ซึ่งกลายเป็น “กิมมิค” งานเมคอัพสไตล์สาวแพร เป็นความพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เธอได้เห็นมาจากเมืองนอก นำเสนอให้สาวไทยได้คุ้นเคยและกระตุ้นให้สาวไทยเกิดความกล้าที่จะแสดงออกและระบายออก ผ่านศิลปะเมคอัพตามแนวทางของตน

“จริงๆ ทุกอย่างที่แพรโพสต์ แพรไม่ได้แค่สอนแต่งหน้า แต่แพรต้องการเป็นแรงบันดาลใจและบอกทุกคนว่า “Be yourself, Do whatever you wanna do”

ไม่ใช่แค่เรื่องเมคอัพ แต่แพรอยากเขาลองค้นหาดูว่าจริงๆ แล้วเขาอยากทำอะไร คิดแล้วก็ทดลองลงมือทำด้วย แพรอยากให้ทุกคนรู้สึกว่า เขาสามารถดีไซน์แนวทางของตัวเองได้ ขอแค่ยอมเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองทำในสิ่งที่คิด

สำหรับสาวแพร “ไอดอล” ในเรื่องความเท่และความกล้า เธอยกให้ “เลดี้ กาก้า” แต่แม้ว่าสาวน้อยจะชื่นชอบไอดอลคนนี้เพียงไหน เธอยอมรับว่า ยังคงเกรงใจครอบครัวมากเกินกว่าที่จะลุกขึ้นมาแต่งตัวและแต่งหน้าแบบนี้เดินไปเดินมาในสังคมไทย ดังนั้น การแต่งหน้าให้เลดี้ กาก้า จึงเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของเธอ เพราะเธอจะได้นำความ “ล้ำ” ทั้งหมดที่เธออยากทดลองมาถ่ายทอดบนใบหน้าสาวมั่นคนนี้ มาถึงวันนี้

นอกจาก Production House ที่คุณแพรเริ่มต้นทำตามฝันแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายความฝันที่รอให้เธอทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะฝันที่สร้าง “แบรนด์เครื่องสำอาง” และ “โรงเรียนสอนแต่งหน้า” ที่สะท้อน “ตัวตน”  และ “ความเชื่อ” ของเธอที่ว่า “เครื่องสำอาง” เป็นมากกว่าแค่เครื่องสำอาง และ “การแต่งหน้า” ก็เป็นมากกว่าการนำเครื่องสำอางมาแต่งแต้มบนใบหน้า แต่มันคือความสนุก คือการทดลอง และเป็นงานศิลปะ สำหรับสาวน้อยวัย 24 ปีคนนี้ เธอมองว่า การแต่งหน้าไม่ใช่แค่อาชีพ แต่เป็นทั้งเพื่อนแท้ และเป็นลมหายใจของเธอ เพราะทำให้เธอได้ค้นพบชีวิตและแนวทางที่อยากจะเป็น และทำให้เธอได้เป็นมากกว่าสิ่งที่เธอคิด คือการเป็น Beauty Influencer หรือการเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นผ่าน “ตัวตน” ความเป็นตัวเธอเอง

สามารถเข้าไปค้นพบตัวตนของ แพร -อมตา จิตตะเสนีย์ มากกว่านี้ พร้อมกับค้นหาตัวเองผ่านแรงบันดาใจจาก Beauty Influencer คนนี้ได้ ผ่านทาง…

Facebook :: www.facebook.com/pearypiemakeupartist

Instagram :: @pearypie

Twitter :: @pearypie

website :: www.pearypie.com

Leave a Comment